วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

จัตุรัสแดง : Red Square

จัตุรัสแดง : Red Square

สำรวจโลก_red square_lg
จัตุรัสแดง : Red Square เป็นจัตุรัสกลางเมืองของของกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย จัตุรัสแดงมีขนาดกว้าง 70 ม. ยาว 695 ม. มีขนาดพื้นที่รวม 23,100 ตารางเมตร จัตุรัสแดงอาจถือได้ว่าเป็นจัตุรัสกลางกรุงมอสโกและทั้งประเทศรัสเซียเพราะถนนสายสำคัญทุกสายของกรุงมอสโกจะวิ่งตรงออกจากจัตุรัสแดงแห่งนี้

นอกจากนี้ จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์เบซิล และหลุมฝังศพของวลาดิมีร์ เลนินอีกด้วย ชื่อจัตุรัสแดงมักเข้าใจผิดว่า คำว่า “แดง” ในชื่อจัตุรัส มาจากสีของคอมมิวนิสต์ หรือสีของอิฐในบริเวณนั้นที่เป็นสีแดง แต่แท้จริงแล้วชื่อจัตุรัสแดง มาจากภาษารัสเซียคำว่า красный ซึ่งในภาษารัสเซียดั้งเดิมมีความหมายว่า สวยงาม ในขณะที่ภาษารัสเซียสมัยใหม่ แปลว่าสีแดง
 
จัตุรัสแดงถูกตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 ภายใต้พระราชโองการของพระเจ้าอีวานมหาราช การสร้างจัตุรัสแดงนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของพระราชวังเครมลินโดยการสร้างพื้นที่นอกกำแพงวังสำหรับใช้ยิงเพราะตำแหน่งที่จัตุรัสแดงตั้งอยู่นั้นขาดแนวป้องกันทางธรรมชาติ โดยพื้นที่ของจัตุรัสแดงในสมัยนั้นถือเป็นศูนย์กลางของการค้าขาย ต่อมาในสมัยของพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 มหาวิหารเซนต์เบซิล
 
มหาวิหารที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจัตุรัสแดงในปัจจุบันก็ได้ถูกสร้างขึ้น หลังจากนั้นจัตุรัสแดงก็ถูกปรับปรุงพื้นที่เรื่อยมา จนกระทั่งหลังจากการรุกรานของฝรั่งเศสโดยนโปเลียน มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น อาคารบางหลังและสิ่งปลูกสร้างสำหรับการค้าขายซึ่งถูกไฟไหม้ได้ถูกรื้อถอนออกและมีการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นแทน อาทิเช่น รถราง การประดับด้วยโคมไฟ ห้างสรรพสินค้า GUM เป็นต้น
สมัยสหภาพโซเวียต จัตุรัสแดงใช้เป็นที่สำหรับการเดินสวนสนามแสดงแสนยานุภาพทางทหาร โดยจะมีการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารสำหรับวันเมย์เดย์, วันแห่งชัยชนะ และการปฏิวัติเดือนตุลาคม การเดินขบวนที่เด่น ๆ มีอยู่ 2 เหตุการณ์คือการเดินขบวนในปี ค.ศ. 1941 ซึ่งในเวลานั้น สหภาพโซเวียตกำลังถูกรุกรานโดยนาซีเยอรมนี ทหารที่มาเดินขบวนนั้น หลังเสร็จสิ้นการเดินขบวนก็ถูกส่งตรงจากจัตุรัสแดงไปแนวหน้าทันที และอีกครั้งคือการเดินขบวนใน ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นการเดินฉลองชัยชนะหลังจากที่นาซีเยอรมนียอมแพ้ต่อสหภาพโซเวียตแล้ว
 
ต่อมาในปัจจุบัน จัตุรัสแดงถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดแสดงของศิลปินและวงดนตรีชื่อดังหลายกลุ่มเช่น ชากีรา วงสกอร์เปียนส์ พอล แม็กคาร์ตนีย์ เป็นต้น นอกจากนี้ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 รัสเซียได้ประกาศว่าจะกลับมาเดินขบวนอีกครั้งและในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ก็ได้มีการเดินขบวนเป็นครั้งแรกหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ล่าสุดในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการยอมรับความพ่ายแพ้ของเยอรมนี กองทหารจากฝรั่งเศส โปแลนด์ และสหราชอาณาจักรได้ร่วมกันเดินสวนสนามในวันแห่งชัยชนะที่มอสโกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14

ดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14

สำรวจโลก_Asteroid-2012-DA14_lg
2012 DA14 เป็นดาวเคราะห์น้อยที่เข้ามาใกล้โลก ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 เมตร มีมวลประมาณ 190,000 ตัน มีระยะเวลาการโคจร 317.2 วัน  มีความเอียง 11.60 °  ระยะในการหมุนต่อรอบ เท่ากับ 6 ชั่วโมง

2012 DA14 ถูกค้นพบเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2012  โดย Observatorio Astronomico de La Sagra, ที่กรานาดาในประเทศสเปน ขณะนั้นห่างจากโลก 2,600,000 กิโลเมตร
 
วันที่ 9 มกราคม 2013 ได้มีการสังเกตเห็น 2012 DA14  อีกครั้งโดย Las Campanas Observatory และได้สังเกตการโค้งที่เพิ่มขึ้นจาก 79 วัน 321 วัน  ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 ที่เวลามาตรฐานสากล 19:25  ดาว 2012 DA14  อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของโลก เป็นระยะ 34,050 กิโลเมตร มันผ่านเหนือพื้นผิวโลกอย่างใกล้ชิดในระยะ 27,743 กิโลเมตร  แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
 
นักดาราศาสตร์พบว่ามีอุกกาบาตขนาดเท่า Asteroid 2012 DA14 ที่โคจรใกล้โลกแบบนี้มากกว่า 500,000 ดวง การค้นพบนี้น้อยกว่า 1 % ของอุกกาบาตที่จะโคจรมาใกล้โลก หากอุกกาบาตขนาดเท่า 2012 DA14 ชนโลก จะคล้ายกับการเกิดระเบิดที่ ทุงกัสก้า Tungguska ไซบีเรีย Siberia เมื่อปี 1908 ซึ่งจะทำเกิดทุ่งราบกว้างกว่า 2,200 ตารางกิโลเมตร เกิดผลกระทบในระดับภูมิภาค (กรุงเทพฯ มีพื้นที่ 1,568 ตารางกิโลเมตร) ขนาดของอุกกาบาตที่ทำลาย ทุงกัสกามีขนาดเล็กกว่า 2012 DA14 (ประมาณ 30-40 เมตร) เพียงเล็กน้อย

ซีแลนด์ : Principality of Sealand

ซีแลนด์ : Principality of Sealand

สำรวจโลก_sealand_lg
ซีแลนด์ : Principality of Sealand  ” เป็นประเทศในทะเลเหนือ อยู่ห่างจากชายฝั่งอังกฤษไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นประเทศที่เล็กที่สุดของโลก เจ้าชายรอย อดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพอังกฤษได้เข้าครอบครอง ฟอร์ท รัฟส์ เมื่อปี 2509 ซึ่งเป็นป้อมปราการที่สหราชอาณาจักรสร้างขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ภายหลังถูกทิ้งร้าง และได้ประกาศเอกราชจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2510
ซีแลนด์ประกอบไปด้วยฐานซึ่งฝังอยู่ใต้ทะเล เสาทรงกลมขนาดใหญ่สองต้น และดาดฟ้า ในส่วนเสากลมแบ่งเป็น 7 ชั้น (A-G) ชั้น A คือดาดฟ้าและเป็นที่วางเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ชั้น B อยู่เหนือทะเล ส่วน C-G อยู่ใต้ระดับน้ำทะเล ในสมัยสงคราม ชั้น B-E เคยถูกใช้เป็นที่เก็บเสบียงอาหารและที่พัก ชั้น F เป็นคลังอาวุธ และชั้น G เป็นที่เก็บของอื่นๆ
10 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ทางการของราชรัฐซีแลนด์ได้ประกาศว่า เจ้าชายรอย แห่งซีแลนด์ ผู้ประกาศอธิปไตย สิ้นพระชนม์แล้ว ขณะที่มีพระชนมายุ 91 พรรษา จากอาการของโรคอัลไซเมอร์
นับตั้งแต่การประกาศตัวเป็นอิสระจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี พ.ศ. 2510 ซีแลนด์ไม่เคยได้รับการรับรองจากรัฐสมาชิกของสหประชาชาติแม้เพียงประเทศเดียว ทำให้ที่นี่ไม่มีสถานะเป็นรัฐโดยสมบูรณ์และขาดการยอมรับจากนานาชาติ เนื่องจากประเทศในปัจจุบันจะมีสถานะเป็นประเทศที่มีอำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ในทางการเมืองระหว่างประเทศ จะต้องได้รับการรับรองสถานะจากรัฐสมาชิกสหประชาชาติตามอนุสัญญามอนเตวิเดโอ

เกรทแบร์ริเออร์รีฟ : Great Barrier Reef

เกรทแบร์ริเออร์รีฟ : Great Barrier Reef

สำรวจโลก_Great-Barrier-Reef_lg
เกรทแบร์ริเออร์รีฟ : Great Barrier Reef เป็นพืดหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลกยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย หรือตอนใต้ของทะเลคอรัล เริ่มตั้งแต่แหลมยอร์ก (Cape York) ซึ่งอยู่ไกลขึ้นไปทางเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ลงมาถึงบันดะเบอร์ก (Bundaberk) ทางตอนใต้ ครอบคลุมดูแลพื้นที่215,000 ตารางไมล์หรือ 345,000 ตารางกิโลเมตร
แนวปะการังใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ แนวปะการังเหนือ (Northern Reef) หมู่เกาะวิตซันเดย์ (Whitsunday Island) และแนวปะการังใต้ (Southern Reef) มีสิ่งชีวิตมากมาย ทั้งปะการังชนิดอ่อน และชนิดแข็ง สีสวยกว่า 350 ชนิด ตลอดจนปลา และสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ต่าง ๆ อีก 1500 ชนิด
เมื่อ 25 ล้านปีก่อนทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ น้ำมีอุณหภูมิที่เย็นเกินไปไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหินปะการัง ดังนั้นประวัติการพัฒนาการของเกรตแบร์ริเออร์รีฟจึงมีความซับซ้อน แต่หลังจากที่รัฐควีนส์แลนด์เคลื่อนตัวเข้าไปอยู่ในเขตร้อนชื้น การพัฒนาของเกรตแบร์ริเออร์รีฟก็ได้รับอิทธิพลจากการเจริญของแนวหินปะการัง
จนมาถึงภาวะตกต่ำที่สุดของการเจริญเติบโตเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล ณ ตอนนี้แนวหินปะการังนี้สามารถเพิ่มเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 1 ถึง 3 เซนติเมตรต่อปี และเจริญเติบโตในแนวตั้งตรงได้ประมาณ 1 ถึง 25 เซนติเมตรต่อปี แต่อย่างไรก็ตามแนวหินปะการังก็สามารถเติบโตได้ในความลึกประมาณ 150 เมตร เนื่องจาก
หินปะการังนั้นต้องการแสงอาทิตย์และไม่สามารถเจริญเติบโตเหนือระดับน้ำทะเลได้
เมื่อ 20,000 – 6,000 ปีก่อน ระดับน้ำทะเลขึ้นทำให้หินปะการังสามารถเจริญเติบโตในที่สูงกว่าเดิมได้ เช่น เนินเขาบนที่ราบใกล้ชายฝั่ง เนื่องจากเมื่อประมาณ 13,000 ปีก่อนระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 60 เมตรเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเลในปัจจุบัน และเป็นเพราะเหตุการณ์ในอดีตทำให้แนวหินปะการังแห่งนี้เจริญเติบโตจนมีขนาดใหญ่มหาศาล เราจึงเรียกสิ่งมหัศจรรย์นี้ว่าเกรทแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef)

ทบิลิซิ

ทบิลิซิ

Tbilisi
ทบิลิซิ (Tbilisi) ; ภาษาจอร์เจีย: თბილისი (ออกเสียง /t̻ʰbɪlɪsɪ/) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย วาคตัง กอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 4 ทบิลิซิเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส

ในประวัติศาสตร์ เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป
ทบิลิซิเป็นที่รู้จักในเรื่องการปฏิวัติกุหลาบ (Rose Revolution) ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณจัตุรัสอิสรภาพ (Freedom Square) และสถานที่ใกล้เคียงหลังจากการเลือกตั้งรัฐสภาในปี ค.ศ. 2003 ได้นำไปสู่การลาออกของประธานาธิบดีเอดูอาร์ด เชวาร์ดนาดเซ (Eduard Shevardnadze)
ทบิลิซิ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่าแม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น บางครั้งถูกอ้างถึงในชื่อว่า ติฟลิส (Tiflis) หรือ ติฟฟลิส (Tifflis) ซึ่งเป็นชื่อเรียกในยุคกลางที่ไม่ใช่ชื่อท้องถิ่นของเมืองนี้ กรุงทบิลิซิมีเนื้อที่ 372 ตารางกิโลเมตร (144 ตารางไมล์)

ใบหน้าของมนุษย์ในอีก 100,000 ปี

ใบหน้าของมนุษย์ในอีก 100,000 ปี

face of future
อนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะหยุดการศึกษาในเรื่องอนาคต นั่นคือสิ่งที่นักวิจัยอย่าง Nickolay Lamm คิด เขาได้ร่วมมือกับ Dr. Alan Kwan ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องฟังก์ชั่นการคำนวณ เพื่อศึกษาในเรื่องลักษณะของใบหน้าของมนุษย์ในอีก 100,000 ปี และเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางด้านพันธุวิศวกรรม มีเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลง โดยที่ Nickolay Lamm ได้ลองสร้างชุดใบหน้าที่อาจมีลักษณะเช่นกันใน 20,000 ปี 60,000 ปี และ 100,000 ปี ในอนาคต อย่างไรก็ตามใบหน้าเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิวัฒนาการแต่ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยทางด้านพันธุวิศวกรรม
ภาพแรกเป็นภาพของชายและหญิงปัจจุบัน

ภาพที่สองใน 20,000 ปีต่อมา ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีศีรษะที่ตัวไปจากเดิมเพื่อรองรับสมองที่มีขนาดใหญ่ และดวงตาในรูปแบบเดียวกับ Google Glass

ภาพที่สาม 60,000 ปีต่อมา เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดจากศีรษะที่มีขนาดโตกว่าเดิมมาก ดวงตาที่โต มีผิวที่คล้ำเนื่องมาจากต้องต่อสู้กับรังสียูวีที่อยู่รอบๆโลก

ภาพที่สี่ 100,000 ต่อมา ลักษณะการเปลี่ยนแปลงจะดูเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีดวงตาโตเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมอง มีจมูกที่โตเพื่อการหายใจในสภาพแวดล้อมในอนาคตที่จะเกิดกับดาวเคราะห์
จากการสังเกตที่ผ่านมาโดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าคุณสมบัติที่เห็นได้ชัดคือมนุษย์ในยุดใหม่จะมีหน้าผากที่สูงกว่ามนุษย์ในช่วงยุคกลาง
และสิ่งเหล่านี้เป็น คำตอบ จาก คำถาม ที่พวกเขาได้ตั้งเอาไว้ แม้ว่าระยะเวลาที่พวกเขาได้วางไว้มันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากซึ่งอาจมองได้ยาก แต่ปัจจุบันนี้เรื่องเทคโนโลยี และวิทยาศาสตรได้ก้าวกระโดดไปจากเดิมมาก มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้อยู่รอดกับสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556