วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ
IMG 0089 - Wien - Kunsthistorisches Museum.JPG
พิพิธภัณฑ์
ก่อตั้งค.ศ. 1872-1891
งานสะสมจิตรกรรม
สิ่งที่น่าสนใจงานวิจิตรศิลป์และมัณฑนศิลป์
ผู้เข้าชม619,318 คนในปี ค.ศ. 2007
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
ที่ตั้งเวียนนา
ประเทศออสเตรีย
พิกัด48°12′13″N 16°21′41″E


พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (อังกฤษKunsthistorisches Museum หรือ Museum of Art History) เป็นพิพิธภัณฑ์คู่ที่หันหน้าเข้าหากันระหว่างจัตุรัสมาเรียเทเรซา พิพิธภัณฑ์ทั้งสองตั้งอยู่ในกรุงเวียนนาในประเทศออสเตรีย ที่ก่อตั้งระหว่างปีค.ศ. 1872 ถึง ค.ศ. 1891 โดยทำพิธีเปิดโดยสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลกในการสะสมงานวิจิตรศิลป์และมัณฑนศิลป์ คำว่า "พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ" หมายถึงทั้งสถาบันและตัวตึกหลัก[1]

เวียนนา

เวียนนา


เวียนนา
Skyline of เวียนนา
ธงของเวียนนา
ธง
ตราอย่างเป็นทางการของเวียนนา
ตรา
ตราราชการของเวียนนา
ตราแผ่นดิน
ที่ตั้งของกรุงเวียนนาในออสเตรีย
ที่ตั้งของกรุงเวียนนาในออสเตรีย
พิกัดภูมิศาสตร์: 48°12′32″N 16°22′21″E
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี
และผู้ว่าราชการ
ไมเคิล ฮอป์ล
เนื้อที่
 • ตัวเมือง414.90 กม.2(160.19 ตร.ไมล์)
 • พื้นดิน395.51 กม.2(152.71 ตร.ไมล์)
 • พื้นน้ำ19.39 กม.2(7.49 ตร.ไมล์)
ความสูง190 เมตร (620 ฟุต)
ประชากร (2009)
 • ตัวเมือง1,680,266 คน
 • ความหนาแน่น4,000คน/กม.2(10,000คน/ตร.ไมล์)
 • ตัวเมือง1,983,836
 • เขตมหานคร2,268,656
เขตเวลาCET (UTC+1)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง)CEST (UTC+2)


เวียนนา (อังกฤษVienna) หรือ วีน (เยอรมันWien) เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย และเป็นชื่อเขตการปกครองในออสเตรียด้วย
เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนายังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC)

รัฐโลว์เออร์ ประเทศออสเตรีย

รัฐโลว์เออร์ ประเทศออสเตรีย

โลว์เออร์ออสเตรีย (อังกฤษLower Austria) หรือ นีเดอร์เอิสเทอร์ไรช์ (เยอรมันNiederösterreich) เป็นหนึ่งในรัฐ (Bundesländer) ของออสเตรีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 มีเมืองหลวงอยู่ที่ซังท์เพิลเทิน (Sankt Pölten) ซึ่งเป็นเมืองหลวงใหม่ที่สุด ก่อนหน้านั้นเมืองหลวงของโลว์เออร์ออสเตรียอยู่ที่เวียนนาแม้ว่าเวียนนาจะไม่ได้ตั้งอยู่ในรัฐโลว์เออร์ออสเตรีย รัฐโลว์เออร์ออสเตรียมีเนื้อที่ 19,174 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 1.6 คน ที่ทำให้เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรียในด้านเนื้อที่ และเป็นที่สองในจำนวนประชากรรองจากเวียนนา (ซึ่งก็เป็นรัฐ)

ภูมิศาสตร์

รัฐโลว์เออร์ออสเตรียตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย ชื่อของรัฐมาจากตำแหน่งที่ตั้งบนแม่น้ำดานูบที่ไหลจากตะวันตกไปตะวันออก มีเขตแดนติดกับประเทศสโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก และรัฐในออสเตรียที่รวมทั้งรัฐอัปเปอร์ออสเตรียรัฐสติเรีย และรัฐบูร์เกนลันด์ รัฐโลว์เออร์ออสเตรียมีดินแดนล้อมรอบกรุงเวียนนา
แผนที่ของออสเตรียใต้แสดงเขตและแขวงสี่แขวง (วัลด์เฟียร์เทิล(Waldviertel) สีเขียว, ไวน์เฟียร์เทิล (Weinviertel) สีแดง, โมสท์เฟียร์เทิล (Mostviertel) สีเหลือง และอินดุสทรีเฟียร์เทิล (Industrieviertel) สีน้ำเงิน)

แหล่งข้อมูลอื่น

















Niederösterreich
โลว์เออร์ออสเตรีย
ธงตราอาร์ม
Flag of Lower Austria (state).svgCoat of arms of รัฐโลว์เออร์ออสเตรีย
ที่ตั้ง
Map of Austria, location of รัฐโลว์เออร์ออสเตรีย highlighted
เขตเวลาCET/CEST (UTC+1/+2)
ระบบบริหาร
ประเทศ ออสเตรีย
เขต NUTS AT1
เมืองหลวงซังท์เพิลเทิน
เมืองสำคัญซังท์เพิลเทิน
ข้าหลวงErwin Pröll (ÖVP)
จำนวนเสียงในรัฐสภา12 (จาก 62)
สถิติ
เนื้อที่ 19,174 กม² (7,403 ไมล์²)
ประชากร1,588,545 
 - ความหนาแน่น83 /km² (215 /sq mi)
ข้อมูลอื่น
ISOAT-3

















วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองเมื่อเลิกทานน้ำตาล

สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองเมื่อเลิกทานน้ำตาล

เลิกทานน้ำตาล
น้ำตาล เป็นชื่อเรียกทั่วไปของคาร์โบไฮเดรตชนิดละลายน้ำ โซ่สั้น และมีรสหวาน ส่วนใหญ่ใช้ประกอบอาหาร น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน น้ำตาลมีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วน และเป็นที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคจอประสาทตาเสื่อม และฟันผุ
โดยทั่วไปแล้วอาหารที่คนส่วนใหญ่ชอบนั้นจะมีความหวานมากกว่าความเค็ม เปรี้ยว หรือเผ็ด ในช่วงทศวรรษที่ผ่านคาดว่าค่าเฉลี่ยของชาวอเมริกันจะบริโภคน้ำตาลมากถึง 22 ช้อนชา มีการบริโภคน้ำตาลมากจนกลายเป็นการเสพติด
โดยมีชายคนหนึ่งพยายามที่จะงดทานน้ำตาล ซึ่งในช่วง 3 วันแรก ร่างกายของเขาทำหน้าที่เสมือนดีท๊อกซ์สารเสพติดออกจากร่างกาย และพบว่าเขาทานคาร์โบไฮเดรตเป็นจำนวนมากเพื่อชดเชยการขาดน้ำตาล หลังจากนั้นเขาก็อดทนไม่ทานหวานเป็นเวลากว่า 40 วัน และเมื่อเขากลับมาทานหวานอีกครั้งเขาพบว่าอาหารที่ทานนั้นมีความหวานมาก
นักวิทยาศาสตร์ในหลายสถาบันมีการทดลองเกี่ยวกับความหวานในหนู และเมื่อใดที่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้อาหารที่มีความหวานกับมัน มันก็จะกระวนกระวาย และเมื่อได้กินอาหารที่มีความหวานมันก็จะกลับมาปกติเหมือนเดิม

น้ำมันมะกอกช่วยบำรุงหัวใจ

น้ำมันมะกอกช่วยบำรุงหัวใจ

olive oil
น้ำมันมะกอก (olive oil) เป็นไขมันที่ได้มาจากมะกอกออลิฟ พืชต้นไม้แบบดั้งเดิมของทะเลลุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียน น้ำมันที่ผลิตโดยการบดมะกอกทั้งหมดและการสกัดน้ำมันโดยใช้เครื่องกลหรือสารเคมี เป็นที่นิยมใช้ในการปรุงอาหาร, เครื่องสำอาง, ยา และสบู่

นักวิทยาศาสตร์จากลัยมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ได้ทำการศึกษาในผู้ชายและผู้หญิงกว่า 69 คน โดยให้ทานน้ำมันมะกอกปริมาณ 20ml หรือประมาณ 4 ช้อนชา เป็นเวลา 6 สัปดาห์ โดยการใส่ไปในน้ำสลัด หรือทานง่าย ๆ โดยการจิ้มกับขนมปัง ผลการศึกษาพบว่าการทำงานของหัวใจของพวกเขาดีขึ้น นักวิจัยเผยการทานน้ำมันมะกอกนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ และช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตอีกด้วย
นอกจากนี้การใช้น้ำมันมะกอกทำน้ำสลัดหรือใช้ทำอาหารจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณ เพราะน้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งดีกว่ากรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นโทษต่อร่างกายคุณ การกินน้ำมันมะกอกเพียงแค่วันละ 1 ช้อนโต๊ะทุกวัน จะช่วยให้ผิวสดชื่นดูเปล่งปลั่ง สุขภาพผิวและร่างกายของคุณจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มนุษย์ที่สูงที่สุดในโลก

มนุษย์ที่สูงที่สุดในโลก

Robert Wadlow
โรเบิร์ต แวดโลว์ ( Robert Pershing Wadlow) เป็นมนุษย์ที่สูงที่สุดในโลก โดยเขาเป็นเจ้าของความสูงถึง 2.72 เมตร และยังเป็นมนุษย์ที่สูงที่สุดตลอดกาลด้วย เพราะในปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิติความสูงของเขาได้เลย เขามีน้ำหนักมากถึง 222 กิโลกรัม

นอกจากนี้ซ้ำยังเป็นมนุษย์ที่มีมือและเท้ายาวที่สุด แวดโลว์มีมือที่ยาวมากกว่า 30 เซนติเมตร และเท้าที่ยาวเกือบ 50 เซนติเมตร ซึ่งการที่เขาสูงได้ขนาดนี้ ก็เพราะความผิดปกติของต่อมใต้สมองของเขานั่นเอง
เขาเกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1918 ที่รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อตอนที่แวดโรว์เกิดนั้น เขามีความสูงปกติดี แต่พอเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ความสูงของเขาก็เริ่มผิดปกติ เมื่อแวดโลว์สูงมากเกินไปเมื่อเขาสูงเกือบ 2 เมตรในวัย 10 ปีเท่านั้น แต่ทางครอบครัวของเขาก็ไม่ได้ผ่าตัดรักษาอาการผิดปกติของต่อมใต้สมองของเขาเลย แต่กลับปล่อยไปตามธรรมชาติ และในวัย 20 ปี เขาก็มีความสูงถึง 2.6 เมตร และยังคงสูงต่อไปเรื่อยๆ
เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1940 ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ด้วยวัยเพียง 22 ปี โดยก่อนเขาเสียชีวิตไม่นาน แวดโลว์มีความสูงถึง 3.12 เมตร และหนัก 222 กิโลกรัม ในงานศพของเขามีผู้เข้าร่วมถึง 40,000 คนในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1940 โลงศพของเขาหนักถึงครึ่งตันเลยทีเดียว

ฤดูกาลทำรังของนกกาน้ำในอาร์เจนตินา

ฤดูกาลทำรังของนกกาน้ำในอาร์เจนตินา

ฤดูกาลทำรังของนกกาน้ำ
Imperial shag มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacrocorax atriceps เป็นสายพันธุ์นกกาน้ำที่กระจายพันธุ์ในทวีปอเมริกาใต้หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ จากการสำรวจพบว่ามีประชากรประมาณ 340,000-1,400,000 ตัว

รังของพวกมันจะทำมาจากดินโคลนก่อตัวให้มีลักษณะคล้ายกับภูเขา รองรังด้วยสาหร่ายทะเล หญ้า เป็นต้น โดยพวกมันจะวางไข่ในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ใช้เวลาในการฟักราว 28 วัน
ลักษณะของ Imperial shag ตัวโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 70-79 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 1.8-3.5 กิโลกรัม ขนจะเป็นสีดำและสีขาวมันวาว ดวงตาจะเป็นสีฟ้า
พวกมันจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหารอย่างเช่นปลา กุ้ง หอย ปู หมึก