วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

14 “ความจริง” น่าทึ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!



อีกหนึ่งความน่าสนใจของเว็บไซต์ต่างๆ บนโลกออนไลน์ คือการทำให้เรารู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ อ่านในสิ่งที่ไม่เคยอ่าน ฟังในสิ่งที่ไม่เคยฟัง เรื่องบางเรื่อง ความจริงบางอย่างถูกซ่อนอยู่ หรือไม่ก็ เราเองนั่นแหละที่มองข้ามไป วันนี้เราเลยนำเอา “ความจริง” 14 ข้อที่น่าทึ่งสุดๆ และคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต!



1. เป็นความจริงที่ว่าจำนวนความเป็นไปได้ของการเดินของหมากกระดาน มีจำนวนมากกว่าจำนวนอะตอมในจักรวาลในส่วนเท่าที่มนุษย์รู้จัก


2. คลีโอพัตรา อาศัยอยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้การลงจอดบนดวงจันทร์ของมนุษยชาติ มากกว่าการก่อสร้างมหาปิระมิดที่กิซา เสียอีก


3. Photon ต้องใช้เวลาถึง 40,000 ปีเดินทางจากใจกลางดวงอาทิตย์จนถึงผิว แต่ใช้เวลาเพียงแค่ 8 นาทีเท่านั้น เดินทางจากผิวดวงอาทิตย์มายังโลก


4. ต้องใช้ยุง 1,200,000 ตัว มากินเลือดมนุษย์ โดย 1 ตัว ดูด 1 ครั้ง ถึงจะดูดเลือดของคนปกติ 1 คนได้หมดเกลี้ยง




5. จริงๆ แล้ว ขอทุกอย่างที่ละลายได้ สามารถทำแก้วได้ เพียงแค่คุณต้องทำให้มันเย็นลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่โมเลกุลจะกลับไปเป็นอย่างเดิมก่อนที่มันจะละลาย





6. ไฟฟ้าสถิตย์เล็กน้อยที่คุณเห็นจากทีวีที่แน่นิ่ง ไม่มีภาพ มีแต่ซ่าๆ มันคือรังสีที่หลงเหลือมาตั้งแต่ Big Bang ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของจักรวาลนั่นเอง




7. ภาษาเขียนถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย Egyptians, Sumerians, Chinese, และ Mayans โดยทั้งหมดไม่มีส่วนรู้เห็นในการประดิษฐ์ของกันและกันเลย





8. ถ้าคุณสามารถลดช่องว่างระหว่างอะตอมที่ประกอบกันเป็นมนุษย์ทุกคนบนโลกรวมกันได้ จำนวนอะตอมจะสามารถรวมกันเหลือขนาดแค่แอปเปิ้ลลูกเดียว





9. น้ำผึ้งไม่มีวันเสีย คุณสามารถกินน้ำผึ้งที่มีอายุ 3,000 ปีได้




10. ถ้าคุณสามารถขุดทองขึ้นมาจากในแก่นโลกของเราได้ทั้งหมด คุณสามารถนำมันมาปูพื้นทั้งโลกได้โดยจะมีความหนาได้ถึงเข่าเราเลยทีเดียว




11. เพื่อต้องการรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เวลาสืบพันธุ์ ยีราฟตัวผู้จะเอาหัวโขกที่กระเพาะปัสสาวะตัวเมีย จนตัวเมียปัสสาวะออกมา ตัวผู้จะชิมปัสสาวะตัวเมีย และจะรู้ว่า ตัวเมียตกไข่หรือยัง




12. เพลงชาติสเปนมีแต่ทำนอง ไม่มีเนื้อร้อง



13. กีฬาประจำรัฐแมรี่แลนด์คือ การต่อสู้บนหลังม้าระหว่างอัศวิน 2 คนโดยใช้ทวนเป็นอาวุธซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุคกลาง



14. คนตายยังสามารถ “ขนลุก” ได้


20 พฤติกรรมน้องหมาที่กำลังบอกว่า...รักคุณ (มากที่สุด) !




โดยปกติแล้วเวลาน้องหมาจะสื่อสารกับเรา พวกเขาจะใช้การสื่อสารด้วยภาษากายเป็นหลัก มีเสียงร้องคราง ขู่ เห่า หอนบ้างเพียงเล็กน้อย ซึ่งคนที่เลี้ยงและรักน้องหมาก็มักจะสามารถสื่อสารภาษากายกับพวกเขาได้อย่างไม่ยากเย็น เรียกได้ว่า “เห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยใจ” บทความนี้ พริกก็เลยจะพาเพื่อน ๆ ผู้เลี้ยงน้องหมามาทำตามดูพฤติกรรมน้องหมาที่บ้านกันว่า ... พวกเขารักเพื่อน ๆ มากขนาดดดดไหน ถ้าพร้อมแล้วมาเช็คลิสต์ระดับความรักไปด้วยกันเลยค่ะ!



1. มาปลุกให้ตื่นยามเช้า มารอทักทาย เพื่อให้เราเห็นเป็นคนแรก





ธรรมชาติของน้องหมาจะมีนาฬิกาชีวิตเป็นของตัวเอง พวกเขาจะรู้เวลาตื่นของพวกเขา พอถึงเวลาพวกเขาก็จะมารอคอยอยู่ที่หน้าห้อง กระกระโดดขึ้นเตียงเลียปลุก เป็นการบอกว่า....อรุณสวัสดิ์! เจ้านายยยยย ไม่เจอกันคืนหนึ่งคิดถึงจัง ได้เวลาพาไปเล่นแล้วววววว




2. พวกเขาจะเดินตามไปที่รถ หรือ หน้าบ้านขณะที่เรากำลังจะออกไปข้างนอก




http://family.dogilike.com/dog4love

น้องหมามักอยู่รวมกันเป็นฝูงและติดตามหัวหน้าฝูงไปทุกถิ่นที่เพราะความรักและจงรักภักดี ดังนั้นเวลาเราจะออกไปไหน เขาก็พร้อมที่จะตามไป อยากอยู่ใกล้เจ้าของ และรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย ถ้าจะต้องแยกตัวเองออกจากฝูงค่ะ



3. กระดิกหาง ตื่นเต้นดีใจทุกครั้งที่เจอเรา (ไม่รู้จะดีใจอะไรกันนักกันหนา เห็นกันอยู่ทุกวี่วัน)




น้องหมาสื่อสารบอกอารมณ์ด้วยหางของพวกเขา การกระดิกหางเป็นภาษากายหลักที่กำลังบอกว่าดีใจมากๆ ที่ได้เจอ ซึ่งดีกรีความดีใจจะมากหรือน้อยเห็นได้จากการกระดิกหางนะคะ ยิ่งกระดิกเร็วหรือควงเป็นวงกลมแสดงว่าตื่นเต้นมากกกก ดีใจมากกกกกที่ได้เจอ...แล้วที่พวกเขาดีใจที่ได้เจอไม่มีเบื่อ ก็เพราะน้องหมาจะอยู่กับปัจจุบัน มีรักให้อย่างเต็มที่เช่นเดิมในทุกๆ วันค่ะ ^___^



4. เดินไปไหนก็ตามไปทุกที่ ... หรือแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ!




http://family.dogilike.com/mrbill

น้องหมาเป็นสัตว์สังคม การได้อยู่ร่วมกับฝูงและบุคคลอันเป็นที่รักจะยิ่งทำให้พวกเขามีความสุข รู้สึกผ่อนคลาย...ไม่ว่าเธอจะไปไหนฉันอยากจะตามเธอไปทุกที่ เพราะว่า รักมากเลยยยย



5. พยายามที่จะเลียใบหน้าเรา ... แล้วถ้าเลียได้มักเลียไม่หยุด




http://family.dogilike.com/jrdoggy/

พฤติกรรมการเลียหน้าของน้องหมาเป็นเสมือนการทำความสะอาด การกรูมมิ่งความงามให้กับเราซึ่งเป็นการแสดงว่าถึงความรัก การเอาใจใส่ ความผูกพันที่พวกเขามีให้แก่เรา เป็นสัญลักษณ์ของความรักนั่นเอง



6. น้องหมาจะโดด กระโจนเข้าหา ควบคุมสติตัวเองไม่ค่อยได้




เรามักไม่ค่อยจะชื่นชอบเวลาน้องหมากระโดด กระโจน หรือ โถมตัวหาเรา จนต้องมีการฝึกห้ามไม่ให้น้องหมากระโดด แต่สำหรับน้องหมาแล้วการกระโดดเป็นวิธีการแสดงออกความรักของพวกเขา การถูกสั่งห้ามไม่ให้กระโดดเปรียบเสมือนการสั่งห้ามไม่ให้บอกว่า “ฉันรักเธอ ฉันคิดถึงเธอ” โถๆๆ



7. หยอกล้อ เหย้าแหย่ ชวนให้เราเล่นวิ่งไล่จับ งับ ฟัด




การหยอก การแหย่ แกล้งเชื้อชวนให้เราวิ่งไล่ ของน้องหมาเป็นธรรมชาติของฝูงที่ไว้แสดงความรัก สร้างความไว้ใจ ความผูกพันที่พวกเขามีให้ต่อสมาชิกของฝูง แต่เราก็ต้องสอนให้พวกเขาอยู่ในกฏระเบียบเมื่อรู้สึกว่ากำลังเล่นแรงจนเกินไปหรือเริ่มมีพฤติกรรมเห่าขู่นะคะ



8. เข้ามาเสนอหน้าเวลาครอบครัวกำลังรวมตัวกัน




http://family.dogilike.com/dog4love

น้องหมามีความเป็นสัตว์สังคมค่อนข้างสูง พวกเขาจะอยู่ร่วมกันในครอบครัวหรือในฝูงของตัวเองการมีส่วนร่วมอยู่ในครอบครัวของพวกเขาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาเกิดความมั่นคงทางจิตใจ เห็นว่าเราคือฝูงที่พวกเขารัก เป็นชีวิตที่พวกเขาพร้อมจะอยู่รับผิดชอบและพร้อมจะดูแล



9. ปกป้องเจ้านาย ดูแลทรัพย์สิน แสดงความจงรักภักดี ทำหน้าที่ดีเยี่ยม




http://family.dogilike.com/ibomber

การคอยทำหน้าที่ปกป้องฝูง ดูแลทรัพย์สิน ไม่ให้ใครย่างกรายเข้ามาในฝูงเป็นการแสดงความจงรักภักดีที่น้องหมามีต่อครอบครัวที่พวกเขาหวงแหนจะพร้อมจะตายเพื่อครอบครัว...คนที่พวกเขารัก



10. น้องหมาจะขอขึ้นไปนอนบนเตียงด้วย แล้วนอนใกล้ๆ ไม่ห่างไปไหน




ชีวิตดั้งเดิมของน้องหมาพวกเขาจะนอดขดกันอยู่ด้วยกันในถ้ำ ในหลุมที่พวกเขาขุดไว้เพื่อมอบความอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่กันและกัน การที่น้องหมาอยากนอนอยู่บนเตียงกันเรา ขดอยู่ใกล้ๆ เราแสดงว่าพวกเขาไว้ใจเราและเห็นว่าเราคือครอบครัวตัวจริง!



11. เมื่อเราป่วย น้องหมาก็จะอยู่เคียงข้าง




ตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่น้องหมายังคงมีเหลืออยู่ หากสมาชิกในครอบครัวป่วพวกเขาจะคอยเลียบาดแผลให้หายดี เฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง เป็นการแสดงความรักที่พวกเขามีต่อคนที่ห่วงใย



12. ชอบมาเนียน ถูไถลำตัวของพวกเขา ข้างๆ ลำตัวของเราเวลานั่งทำงาน อ่านหนังสือ




การสีตัวของพวกเขากับตัวของเราเป็นการเรียกร้องความสนใจรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เราหันมาแสดงออกว่ารัก ว่าสนใจพวกเขาบ้าง มอบความรักให้แก่เขาบ้าง ซึ่งเพราะรักนั่นเองค่ะ ถึงอยากมาอยู่เนียนข้างๆ ด้วย ^^



13. อยู่ดี ๆ ก็เป็นน้องหมาทะลึ่ง ดมเป้ากางเกง!




การดมเป้าของน้องหมาอาจทำให้เราเขินอายก็จริงแต่ นั่นเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจอีกด้วยว่า “สวัสดี เจ้านาย วันนี้ไปทำอารายมาบ้างอ่ะ อยากรู้จัง ขอดมหน่อยจิ ฟุด ฟิด ฟุด ฟุด”



14. น้องหมามักอยู่ดี ๆ ก็เกิดติสต์ ฉี่โชว์ตรงหน้าเรา




น้องหมาบางตัวเวลาตื่นเต้นดีใจเห็นเจ้าของกลับมาจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ รักมากกกกกจนฉี่ราดกันเลยทีเดียว ในอีกนัยหนึ่งการฉี่ต่อหน้าเจ้าของเป็นเหมือนการยกย่องเราเป็นจ่าฝูง เป็นการแสดงความเคารพตามสัญชาตญาณของฝูงหมาป่าค่ะ



15. นอนหงายแผ่ เหมือนกับอยากให้เกาพุง





การนอนหงายรัก ในกรณีที่ไม่ได้นอนเพราะหวาดกลัว จะเป็นเสมือนการแสดงออกถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ การสยบยอม ยกย่องเราเป็นบุคคลที่พวกเขาเคารพและที่สำคัญ พวกเขาต้องการให้คนที่พวกเขารักเกาพุงให้ที



16. ชอบมานอนหนุกตัก หรือไม่ก็เอาศีรษะมาพาดไว้





การนอนหนุนตัก หรือ เอาหน้ามาวางเกยบนหน้าขาของเราเป็นการแสดงความรัก ความไว้ใจที่ค่อนข้างจะเป็นการเรียกร้องความสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งการลูบหัวเขาเบาๆ ไม่ไล่ไปไหนก็สามารถสร้างความสุขให้พวกเขาได้มากๆ เลยล่ะค่ะ



17. พยายามเรียกร้องความสนใจ มีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ไม่พึงประสงค์




http://family.dogilike.com/dog4love

พฤติกรรมน่าปวดหัวของน้องหมาเกิดมาจากความต้องการเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องหาความรัก พวกเขาเป็นสัตว์ที่ต้องอยู่ร่วมกับฝูง แต่ต้องมาถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่ในบ้านลำพัง จึงทำให้เกิดพฤติกรรมนี้ ผู้เลี้ยงจึงควรมอบความรักความมั่นคงให้พวกเขาตอบด้วยการพาไปออกกำลังกาย ทำกิจกรรม ฝึกวินัย ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้คลุกคลีกับเรา รู้สึกมั่นคงไม่กลัวเราจะทอดทิ้งพวกเขาไปค่ะ



18. ร้องหงิง ๆ มองหน้าแล้วเห่า อยากให้เราสนใจ





เวลาน้องหมาอยู่กับเราเขาก็ต้องการให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา การร้อง การเห่าเรียก ทั้งๆ ที่นั่งหรือยืนอยู่ตรงหน้าเรา เหมือนเป็นการบอกให้เรารับรู้ว่า “ผมอยู่ตรงนี้ มาหาผมสิ มาเล่นกันเถอะ”




19. จ้องมองหน้าเราด้วยแววตาเปี่ยมรัก




http://family.dogilike.com/jeff1985

การจ้องตาของน้องหมาเป็นการแสดงอำนาจเหนือ เป็นการท้าทาย แต่ถ้าน้องหมาจ้องหน้าเรา มองเรา ในขณะที่เราอุ้มพวกเขา นั่งหรือยืนอยู่ใกล้ๆ จะให้ความหมายในทางตรงกันข้าม การมองหน้าของพวกเขาเป็นการมองเราด้วยความไว้ใจ เคารพ เชื่อฟัง....และพร้อมรอรับคำสั่ง คำพูดของคนที่พวกเขารักค่ะ



20. ทำตามคำสั่ง ฝึกได้ ว่าง่าย เรียกชื่อให้มาหา ไม่เกี่ยงงอน





http://family.dogilike.com/dog4love/

น้องหมาที่รักเรา จงรักภักดีกับเราอย่างแท้จริงพวกเขาจะยอมเชื่อฟังเรา ทำตามระเบียบวินัย เรียกก็มาหา บอกว่าไม่ก็หยุด ไม่สร้างปัญหาให้เราเดือดร้อน...แต่ที่น้องหมาจะมีพฤติกรรมดีเด่นอย่างนี้ได้ ก็เพราะเราให้ความรักแก่พวกเขาอย่างถูกวิธีค่ะ





น้องหมาของเพื่อนๆ มีพฤติกรรมที่แสดงออกว่ารักอยู่กี่ข้อกันคะ ของพริกได้ 15 ข้อค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ได้ลองเชคลิสต์กันดูแล้วก็อย่าลืมมาแบ่งปันกัน หรือโพสต์ภาพความรักที่น้องหมามีต่อเราก็ได้ค่ะ (พริกมีอวดไว้แล้วที่ภาพด้านบน ^^) ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจเกี่ยวกับภาษากายน้องหมาก็สามารถเข้าไปอ่าน บทความ เปิดหู เปิดตา เปิดใจ เรียนรู้ภาษาน้องหมาฉบับเต็ม! เพิ่มเติมได้ค่ะ จะได้รู้จักน้องหมาแบบเจาะลึก! .....อย่าลืมโพสต์คะแนนเชคลิสต์ของเพื่อนๆ กันนะคะ ^^



บทความโดย : Dogilike.com
http://www.dogilike.com/

10 ค็อกเทลคลาสสิก ยอดรักของนักดื่ม


ใครที่ชอบสังสรรค์ หรือเป็นคอนักดื่มทั้งหลายต้องรู้จักกับค็อกเทล (COCKTAIL) มาบ้างแล้ว ส่วนใครที่ยังสงสัยว่ามันคืออะไร มาลองทำความรู้จักกัน ค็อกเทล (COCKTAIL) ก็คือเครื่องดื่มผสมที่มีเหล้า (มีวัตถุดิบที่เป็นแอลกอฮอล์อยู่เป็นหลัก) แถมยังมีส่วนประกอบอื่นๆ อย่างเช่น น้ำผลไม้, น้ำอัดลม ฯลฯ เข้าไปด้วย ค็อกเทลบางสูตรมักนิยมใช้เหล้าใส่ลงไปอย่างน้อย 1 ชนิด หรืออาจจะมากกว่านั้นแล้วแต่สูตรและสไตล์ของแต่ละคน ซึ่งมักจะนิยมดื่มก่อนการรับประทานอาหารกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะค็อกเทลบางสูตรช่วยให้เจริญอาหาร แถมทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้อีกด้วย และหากย้อนลงไปดูประวัติกันอย่างลึกๆ แล้วหลายคนจะทราบกันดีว่าค็อกเทลมีมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว และมีหลายสูตรที่ถูกจัดให้เป็นค็อกเทลคลาสสิกที่ทั่วโลกให้การยอมรับ เอ้า!! อยากรู้หรือยังว่ามีสูตรไหนกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้วใจเย็นๆ เลื่อนลงไปดูบรรทัดถัดไป แล้วจะเห็นว่าเราเตรียมพร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นๆ ให้กับคุณผู้อ่านอยู่ ...







1. Sidecar







Sidecar เป็นค็อกเทลที่ได้รับความนิยมมากในประเทศฝรั่งเศส ถูกแนะนำโดย MacGarry ผู้ที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์แห่งหนึ่งในผับของลอนดอนซึ่งสูตรดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมานานตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1992 ที่ถูกคิดค้นโดยทหารอเมริกันคนหนึ่งในเมืองปารีสนั่นเอง

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง

2. บรั่นดีคอนยัคชนิด V.S.O.P. (very special old pale) 1 ½ ออนซ์

3. Grand Marnier (เหล้าหวานรสส้ม) ½ ออนซ์

4. น้ำมะนาวสด 1/3 ออนซ์

วิธีทำ

เริ่มต้นด้วยการใส่คอนยัคชนิด V.S.O.P.ลงไปในเชกเกอร์ตามด้วย Grand Marnier (เหล้าหวานรสส้ม) เติมน้ำมะนาวและใส่น้ำแข็งลงไปในเชกเกอร์ เขย่าแรงและเร็วให้เข้ากัน แล้วรินใส่แก้วที่เตรียมไว้ตกแต่งแก้วให้สวยงามตามชอบ

2. Margarita







เครื่องดื่มสุดคลาสสิกจากประเทศเม็กซิโก เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1942 โดยเอกลักษณ์ของค็อกเทลชนิดนี้คือการตกแต่ง ที่จะใช้เกลือไปทาไว้ที่ขอบปากแก้ว ทำให้ค็อกเทลมีรสชาติเปรี้ยว หวานและเค็ม ผสมผสานกันจนออกมาเป็นรสที่กลมกล่อม ละมุนยิ่งนัก

ส่วนผสม
1. น้ำแข็ง

2. น้ำมะนาวสด ¾ ออนซ์

3. เหล้า triple sec หรือเหล้า Cointreau 1 ออนซ์

4. เหล้า blanco tequila 1/1/2 ออนซ์

วิธีทำ

ก่อนอื่นนำส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงในกระบอกเชก (ให้ใส่น้ำแข็งลงไปพอประมาณด้วย) จากนั้นก็ทำการเชกจนส่วนผสมเข้าที่ รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยมะนาวหั่นเป็นวงกลมสักอันก็สวยงามน่าดื่มแล้ว ส่วนเคล็ดลับในการทาเกลือบริเวณขอบปากของแก้วนั้นให้นำมะนาวไปทาวนๆ บริเวณขอบแก้ว แล้วนำไปคว่ำชุบลงบนเกลือเพียงเท่านี้เอง ง่ายไหมล่ะ

3. Mojito







จัดเป็นค็อกเทลที่เก่าแก่และคลาสสิกอีกตัวหนึ่งของประเทศคิวบา ส่วนรสชาติของ Mojito ค่อนข้างมีรสที่ดีออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อย และให้ความรู้สึกสดชื่นของใบสะระแหน่

ส่วนผสม

1. ใบสะระแหน่ประมาณ 8 ใบ

2. น้ำแข็ง

3. เหล้าขาว 2 ออนซ์

4. น้ำมะนาว ¾ ออนซ์

5. น้ำเชื่อม 1 ออนซ์

6. โซดาเย็น ½ ออนซ์

วิธีทำ

ขั้นตอนแรกใส่น้ำตาล น้ำมะนาว/มะนาวชิ้นเล็กๆ และใบสะระแหน่ลงไปในแก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นให้ใช้หลังช้อนบดส่วนผสมให้เข้ากันโดยไม่ต้องละเอียดมากเกินไป ใส่เหล้ารัมลงไปผสมให้เข้ากันตามด้วยน้ำแข็งและโซดา ตกแต่งให้น่าดื่มด้วยมะนาวฝานหรือใบสะระแหน่ก็ได้ตามชอบ

4. Mint Julep







Mint Julep มีต้นกำเนิดจากบาร์เทนเดอร์ที่มีชื่อว่า Chris Mcmillian เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใบสะระแหน่ค่อนข้างเยอะ ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางด้านสุขภาพตัวหนึ่งเลยทีเดียว


ส่วนผสม

1. ใบสะระแหน่ประมาณ 8 ใบ

2. น้ำเชื่อม ½ ออนซ์

3. วิสกี้ bourbon 2 ออนซ์

4. น้ำแข็งบด

วิธีทำ

เริ่มด้วยใส่ใบสะระแหน่, น้ำเชื่อมลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ใช้ปลายช้อนบดใบสะระแหน่ให้แหลกเล็กน้อย เติมน้ำแข็งบดและวิสกี้ Bourbon คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ตกแต่งแก้วให้สวยงามด้วยใบสะระแหน่

5. Classic Daiquiri







ค็อกเทลสูตรนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศคิวบาและเป็นค็อกเทลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนผสม

1. รัมขาว 2 ½ ออนซ์

2. น้ำมะนาว 1 ½ ออนซ์

3. น้ำตาล 4 ช้อนชา

4. มะนาวสด 1 ผล

5. น้ำแข็ง

วิธีทำ

เตรียมอุปกรณ์เชกเกอร์ จากนั้นใส่รัมขาว, น้ำมะนาวและน้ำตาลลงไป (ทำให้น้ำตาลละลาย) ตามด้วยใส่น้ำแข็งแล้วเขย่าจนค็อกเทลเย็น รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยมะนาวให้สวยงาม

6. French 75







ส่วนใหญ่การทำค็อกเทลของชาวเม็กซิโกจะเป็นสูตรที่ใส่น้ำมะนาวผมกับเหล้า gin แต่สูตรนี้เป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่ของบาร์เทนเดอร์ที่ชื่อว่า New Orleans ที่เปลี่ยนจากการใช้เหล้า gin มาเป็นการใช้คอนยัคแทน

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง

2. คอนยัค (V.S.O.P.) 1 ½ ออนซ์

3. น้ำเชื่อม ½ ออนซ์

4. น้ำมะนาว ½ ออนซ์

5. Sparkling wine (ไวน์ที่มีการอัดก๊าซลงไป)

วิธีทำ

ก่อนอื่นใส่น้ำแข็งลงไปในเชกเกอร์ ตามด้วยคอนยัค,น้ำเชื่อม และน้ำเลมอน จากนั้นเขย่าจนส่วนผสมเข้ากัน รินใส่แก้ว ตามด้วย Sparkling wine ไว้ด้านบนสุด เป็นอันว่าเสร็จพร้อมเสิร์ฟ

7. Cuba Libre







Cuba Libre ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1900 ที่ฮาวานา ประเทศคิวบา และเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วโลกในฐานะค็อกเทลที่ผสมด้วยรัม โคคา-โคลา และน้ำมะนาว

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง

2. รัมขาว 1 1/2 ออนซ์

3. โคคา-โคลา 3 ออนซ์

4. น้ำมะนาวสด 1 ช้อนชา

5. มะนาวหั่น 1 ส่วน

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งในภาชนะแก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป แล้วตกแต่งด้วยมะนาวฝานให้สวยงาม

8. Martini







ค็อกเทล Martini ถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1860 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ค็อกเทลสูตรนี้ค่อนข้างมีความเข้มข้นเพราะเป็นเครื่องดื่มที่เน้นเหล้าเป็นพิเศษ และมีหลากหลายสูตร อาทิ Vodka Martini, Dry Martini, Rum Martini ที่นิยมใส่มะกอกดองหรือหอมดองลงไป นอกจากนี้ยังมีสูตรอื่นๆ อีกมากมายให้คอค็อกเทลได้เลือกสรร

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง

2. เหล้า gin 3 ออนซ์

3. vermouth 1 ออนซ์

4. เปลือกมะนาวเป็นเกลียวๆ 1 ส่วน

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งลงในภาชนะแก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นใส่เหล้า gin และ vermouth เขย่าให้เข้ากัน หรืออาจผสมให้เข้ากันแล้วคนก็ได้ ตกแต่งแก้วด้วยมะนาวฝานเป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

9. Daiquiri







เป็นค็อกเทลที่นิยมใช้รัมมาเป็นส่วนผสม ซึ่งมีให้เลือกสรรหลากหลายสูตร อาทิ Daiquiri Banana, Daiquiri Mango, Daiquiri Strawberry ฯลฯ เป็นต้น

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง

2. รัมขาว 2 ออนซ์

3. น้ำมะนาวสด ¾ ออนซ์

4. น้ำเชื่อม ¾ ออนซ์

วิธีทำ

ขั้นตอนแรกให้ใส่น้ำแข็งลงไปในอุปกรณ์เชกเกอร์ ตามด้วยรัมขาว, น้ำมะนาวและน้ำเชื่อม จากนั้นเขย่า (เชก) ให้ส่วนผสมเข้ากันอย่างลงตัว

10. Zombie







ค็อกเทลสูตรนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยฝีมือ Ernest Beaumont-Gantt ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 นับว่านานถึง 83 ปีเลยทีเดียว

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง

2. รัมสีดำ ½ ออนซ์

3. รัม 151-Proof ½ ออนซ์

4. รัมสีเหลืองอำพัน ½ ออนซ์

5. น้ำสับปะรด ¾ ออนซ์

6. น้ำมะนาว ¾ ออนซ์

7. น้ำเชื่อม

8. ใบสะระแหน่

9. เหล้า Velvet Falernum ½ ออนซ์

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งและส่วนผสมทั้งหมดลงในเชกเกอร์ จากนั้นให้เขย่าจนส่วนผสมเข้ากัน รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ มะนาวฝาน หรือส้มฝาน

*** ข้อควรรู้

-คอนยัค คือบรั่นดี ซึ่งต้องผลิตจากองุ่นที่ปลูกในแคว้นคอนยัค ประเทศฝรั่งเศส มักนิยมบ่มในถังไม้โอ๊กเก่าและใหม่ มีหลากหลายชนิด ส่วนชนิดข้างต้นที่มีชื่อเรียกว่า VSOP (very special old pale) จัดอยู่ในประเภทคอนยัคที่ใช้เวลาบ่ม 4-10 ปี

-เหล้า triple sec คือ เหล้าที่ทำมาจากผิวส้ม มีดีกรี 40% มีกลิ่นหอมและรสชาติหวาน หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

-Cointreau เหล้าที่มีรสชาติหวานๆ เปรี้ยวๆ ออกกลิ่นส้ม

-blanco tequila เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดกลั่น ดีกรีแรง มีหลากหลายชนิด ส่วนชนิดblanco (เตกีลาขาว หรือเงิน) เป็นเตกีลาที่ไม่ได้ผ่านการบ่ม หรือบ่มน้อยกว่า 2 เดือน

-Sparkling wine คือ ไวน์ที่มีการหมักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปด้วย เมื่อเปิดจะมีฟองพุ่งออกมาคล้ายกับเบียร์

-gin คือ เหล้าสัญชาติอังกฤษ เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ หมักกับเครื่องเทศหรือสมุนไพรและผลจูนิเปอร์ แล้วนำไปกลั่นซ้ำ

-vermouth คือ เหล้าที่ทำมาจากไวน์ 80% อีก 20% เป็นส่วนผสมของน้ำองุ่น สมุนไพร บรั่นดี รากไม้และเครื่องเทศต่างๆ มี 2 ชนิด คือ หวาน (sweet) และไม่หวาน (Dry)-

-เบอร์เบิ้นวิสกี้ (Bourbon Whiskey) คือ วิสกี้ที่ผลิตในประเทศ "สหรัฐฯ" วิสกี้ไม่เกิน 80 ดีกรี และมีส่วนผสมของข้าวโพด 51% และเก็บบ่มในถังไม้โอ๊กเกินกว่า 4 ปี

-รัม 151-Proof คือเหล้ารัมที่มีดีกรีสูงมากถึง 75.5 ดีกรี

-รัมสีดำ (Dark Rum) รัมที่มีสีเกือบดำ เก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี และผสมกับคาราเมลที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาลจนเป็นสีดำเกือบไหม้
-รัมสีขาว (White Rum หรือ Light Rum ) เป็นรัมที่มีสีใส

-รัมสีทอง (Gold Rum) รัมที่มีสีเหลืองใส ได้จากการเก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี หรือผสมสี กลิ่น รสชาติ ด้วยคาราเมล (Caramel) ที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาลให้เป็นสีเหลืองทอง

-เหล้า Velvet Falernum คือเหล้าหวานที่กลั่นมาจากเหล้าสปิริตผสมกับสมุนไพร, กานพลู, ถั่วอัลมอนด์ และน้ำตาลอ้อย

ประเภทเครื่องดื่ม ที่คนอยากเป็น บาร์เทนเดอร์ต้องรู้

 เครื่องดื่ม (Beverage) ทั้งหมด ได้แบ่งแยกอกเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ คือ
1. เครื่องดื่มประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic)
          เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ที่ต้องอธิบายถึง น้ำบริสุทธิ์ประเภท เพราะเมื่อถึงขั้นของการผสมเครื่องดื่มจริง ๆ เราจะต้องรู้จักวิธีการหยิบยกเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เหล่านี้ ให้ไปคู่กับเหล้าชนิดต่าง ๆ ที่อยู่ในหมวดของ “Alcoholic” นั่นเอง
  • น้ำเปล่า (Pure / Table Water) – น้ำเปล่าบริสุทธิ์นั้น ถือว่าเป็นฐานสำหรับเครื่องดื่มทุกชนิดทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ ฉะนั้นคุณภาพของเหล้าหรือเครื่องดื่มชนิดใดๆก็ตาม จะจับใจผู้ดื่มทุกคนไว้ได้ ก็ต้องมีปัจจัยจากน้ำเปล่าบริสุทธิ์นั่นเอง
  • ผลไม้ (Fruit) – ก็คือ ผมไม้สด (Fresh Fruit) และผลไม้กระป๋อง หรือบรรจุขวด (Canned or Bottled) ซึ่งรสชาติทั้งสอง จะมีความแตกต่างกัน แล้วแต่กรรมวิธีการผลิต บางท่านคงชอบกับผลไม้สดมากกว่า แต่ด้วยการทำงานจริงๆแล้ว เราจำเป็นต้องใช้ผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ เหตุผลหลักก็จะเป็นด้วยด้วยต้นทุนค่าใช้จ่าย รสชาติ และการเก็บรักษา
  • สารปรุงแต่งสี และรสชาติ (Squart) – เป็นเครื่องดื่มอีกประเภทที่สังเคราะห์ขึ้น เพื่อใช้ในการให้สีกลิ่นและรสชาติที่มีความเข้มข้น เพื่อใช้ในการปรุง แต่งเครื่องดื่มผสมตามที่เราต้อง อาจใช้แทนน้ำเชื่อมรสชาติต่าง ๆ ก็ได้
  • น้ำเชื่อม (Syrup) – มี 2 ประเภทใหญๆ ก็คือ น้ำเชื่อมธรรมดา (Simple or Sugar Syrup) และน้ำเชื่อมรสผลไม้ (Fruit Syrup) ในส่วนของน้ำเชื่อมธรรมดา ก็คือ น้ำเชื่อมที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาลทรายขาวกับน้ำเดือด ตามส่วนผสมที่เราต้องการบางแห่งก็ใช้น้ำตาล 1 กิโลกรัม ค่อ น้ำเปล่า 1 ลิตร แล้วเคี่ยวจนได้ที่ แต่บางแห่งก็ต้องการความเข้มข้นมากกว่า ก็ให้ลดน้ำเปล่าลง และสำหรับน้ำเชื่อมรสผลไม้นั้น อาจจะสามารถแยกออกไปอีกตามรสชาติและที่มา ก็คือ
          – เกรนาดีน (Grenadine) เป็นน้ำเชื่อมที่มีกลิ่นหอมของทับทิม เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ใช้บ่อยมาก
ออจีท (Orgeat) เป็นน้ำเชื่อมที่มีรสชาติของแอลกอฮอล์ ซึ่งบางตำราอาจผสมด้วยเครื่องเทศ หรือสมุนไพร บางชนิดเข้าไป
          – กลิ่นมะพร้าว (Coconut) เป็นน้ำเชื่อมที่มีรสชาติของมะพร้าว ซึ่งอาจจะได้จากการเคี่ยวกะทิ แล้วผสมด้วยน้ำตาล และนำไปผสมค็อกเทลอย่าง “Pina Colada” หรือผสมเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ที่มีกะทิ หรือไอศครีมเป็นส่วนผสม
          – คาสซีท (Cassis) เป็นน้ำเชื่อมที่มีกลิ่นหอมและรสชาติของลูกแบล็ค เคอร์แร้นท์ (Black currant)
          – พีช (Peach) เป็นน้ำเชื่อมที่มีกลิ่นหอมและรสชาติของผลลูกพีชสุก นำไปผสมในค็อกเทลบางชนิด ที่ต้องการเน้นกลิ่นหอมเป็นหลัก ยังมีบรรดาเหล่าน้ำเชื่อมผลไม้อีกมากมาย ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน หากแต่จะเหมาะกับสูตรค็อกเทลบางสูตร เช่น สับปะรด มะม่วง ลิ้นจี่ เชอร์รี่ ฯ
  • น้ำแร่ (Mineral Water) – สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ชนิดมีแก๊ซ และ ไม่มีแก๊ซ
  • น้ำอัดลม (Carbonate Water) – เป็นเครื่องดื่มรสชาติต่างๆที่ได้จากการสังเคราะห์สีและกลิ่น แล้วอัดแก๊ซ (Co2) เข้าไป เช่น Coca-cola, 7-up, Tonic, Ginger ale
  • ชา (Tea) – เครื่องดื่มประเภทชามีตำนานมายาวนาน เป็นพันๆ ปี ฉะนั้นจึงมีสูตรผสมบ้างเหมือนกันที่นำชามาประกอบ แต่ส่วนมากเราจะพบเห็นชานั้น เป็นส่วนประกอบหลัก แล้วนำรสกลิ่นต่าง ๆ มาปรุงแต่ง
  • กาแฟ (Coffee) – เป็นเครื่องดื่มอีกประเภทหนึ่งที่สามารถนำมาร่ายยาวได้อีกเป็นตอน ๆ ฉะนั้นเรื่องราวของเครื่องดื่มไม่ว่าตำราไหนก็ตามจะขาดเสียไม่ได้ กับเครื่องดื่มระดับสากลอย่าง กาแฟ
2. เครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic)
          สุราที่เกิดจากการหมัก (Fermented) – เป็นประเภทของเครื่องดื่มชนิดมีแอลกอฮอล์ ที่เกิดจากการหมักเป็นสำคัญ การหมักนั้น (Fermentation) ก็เกิดจากกระบวนการของการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ โดยน้ำตาลนั้นจะได้จากแป้ง หรือผลไม้นั่นคือ เบียร์ (Beer) และไวน์ (Wine) ซึ่งไวน์นั้นก็สามารถแบ่งไปได้อีก คื
  • ไวน์ไม่มีฟอง (Still Wine – แบ่งเป็นไวน์แดง ไวน์ขาว และโรเซ่ ไวน์ )
  • ไวน์มีฟอง (Sparkling Wine)
  • ไวน์เสริมดีกรี (Fortified Wine)
  • ไวน์ปรุงแต่งด้วยสมุนไพร (Aromatized Wine – แบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้อีก คือ เวอร์มูธ Vermouth, บิทเทอร์ Bitter, อนิซ Anise)
          สุราที่เกิดจากการกลั่น (Distilled Spirit) – เป็นประเภทของเหล้าที่เกิดจากการกลั่น จะมีความแรงของแอลกอฮอล์มากกว่า 40o (ในน้ำ 100 จะมีแอลกอฮอล์ 40 ส่วน) ลักษณะเด่นที่ได้จัดวางเหล้าแต่ละตัวไว้ในหมวดนี้ ก็ด้วยเหตุผลหลักของวิชาการผสมเหล้า เพราะศาสตร์ของ “Bartending” นั้น ส่วนมากจะมีเหล้าหลัก (Liquor base) และเหล้ารอง (Liquor flavour) ซึ่งหมวดเหล้าหลักจะมี
  • วิสกี้ (Whisky) – แบ่งได้เป็น สก๊อต วิสกี้ (Scotch Whisky), ไอริช วิสกี้ (Irish Whisky), เบอร์เบิน วิสกี้ (Bourbon Whiskey), คานาเดี้ยน วิสกี้ (Canadian Whisky)
  • บรั่นดี (Brandy) – แบ่งได้เป็นฟรุ๊ตบรั่นดี Fruit Brandy – เป็นบรั่นดีที่ทำมาจากผลไม้อื่นที่ไม่ใช่องุ่น, คอนญัค Cognac – เป็นบรั่นดีที่ทำมาจากองุ่นและต้องผลิตในเขตคอนญัค ของประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น และ อามาญัค Armagnac – เป็นบรั่นดีที่ทำมาจากองุ่น และผลิตในเขตอามาญัคของประเทศฝรั่งเศส
  • จิน (Gin) – เป็นเหล้าที่ทำมาจากเมล็ดข้าว แล้วปรุงแต่งด้วยสมุนไพรบางชนิด และลูกจูนิเปอร์
  • รัม (Rum) – เป็นเหล้ากลั่นที่ทำมาจากน้ำตาลอ้อย สามารถแบ่งออกได้ตามสี ก็คือ ขาวใส (Light), ทอง (Gold) และดำ (Dark)
  • วอดก้า (Vodka) เป็นเหล้ากลั่นที่ผลิตจากมันฝรั่ง แต่ปัจจุบันมีส่วนผสมของเมล็ดข้าวในบางยี่ห้อ
  • เตกีล่า (Tequila) – เป็นเหล้ากลั่นที่ผลิตจากต้น อกาเว่ (Agave)
  • อควาวิท (Aquavit) – เป็นเหล้ากลั่นที่ทำมาจากสมุนไพรและเมล็ดยี่หร่า (Caraway)
  • อารัค (Arak) – เป็นเหล้ากลั่นพื้นเมืองที่ผลิตมาจากน้ำตาลอ้อย
          สุรากลั่นที่ปรุงแต่งรสชาติ (Flavoured Distilled / Liqueur) เป็นเหล้ากลั่นอีกประเภทที่มีการเสริมแต่งด้วยกลิ่นหอมชนิดต่างๆมากมาย ส่วนมากเป็นเหล้าที่มีรสหวาน ใช้ดื่มเพียวๆเพื่อเรียกน้ำย่อย หรือดื่มเพื่อย่อยอาหารก็ได้ ตามศาสตร์ของสูตรเหล้าทั่วๆไป จะนิยมใช้เป็นเหล้ารอง มีอัตราส่วนน้อยกว่าเหล้าหลักที่นิยมๆกัน มีดังนี้
  1. เครื่องดื่มที่บาร์เทนเดอร์ต้องรู้Abricotine ทำมาจากลูกแอปพลิคอท Apricot
  2. Advocaat ทำมาจากเหล้าบรั่นดี, ไข่แดง, Brandy, Egg Yolk
  3. Agentarium ทำมาจากสมุนไพร Herbs
  4. Aguardiente ทำมาจากชะเอม Licorice
  5. Amaretto ทำมาจากผลอัลมอนด์ Almond
  6. Anisette ทำมาจากชะเอม Licorice
  7. Apricot Brandy ทำมาจากเหล้าบรั่นดี, แอปพลิคอท Brandy, Apricot
  8. Atholl Brose ทำมาจากมอลท์ วิสกี้, น้ำผึ้ง, ครีม, ข้าวโอ๊ตบดหยาบ Malt Whisky, Honey, Cream, Oatmeal
  9. Aurum ทำมาจากส้ม, สมุนไพร, Orange, Herbs
  10. Bailey Irish Cream ทำมาจาก ช็อกโกแลต, ไอริช วิสกี้, ครีม, Chocolate, Irish Whisky, Cream
  11. Barombeergeist ทำมาจากลูกแบล็คเบอร์รี่ฃ, Wild blackberries
  12. Bénédictine ทำมาจากเครื่องเทศ, สมุนไพร, Spicies, Herbs
  13. Blue Curaçao ทำจากส้ม
  14. Calisay ทำมาจากสมุนไพร
  15. Chartreuse ทำมาจากบรั่นดี, เครื่องเทศ, สมุนไพร, Brandy, Spicies, Herbs
  16. Cherry Brandy ทำมาจากเหล้ากลั่น, เชอร์รี่ / Spirit, Cherry
  17. Coconut Liqueur ทำมาจากมะพร้าว, เหล้ารัมสีขาว / Coconut, Light Rum
  18. Cointreau ทำมาจากส้ม / Orange
  19. Crème de Almond (Noyaux) ทำมาจากผลอัลมอนด์ / Almond
  20. Crème d’Amandes ทำมาจากเหล้าบรั่นดี, ผลอัลมอนด์ / Brandy, Almond
  21. Crème d’Ananas ทำมาจากเหล้ารัม, สับปะรด, น้ำตาลอ้อย / Rum, Pineapple, Sugarcane
  22. Crème de Bananes ทำมาจากกล้วย,เหล้ากลั่นสีขาวใส / Banana, Pure Spirit
  23. Crème de Cacao ทำมาจากช็อกโกแลต / Chocolate
  24. Crème de Café ทำมาจากกาแฟ, เหล้ารัม / Coffee, Rum
  25. Crème de Cassis ทำมาจากแบล็คเคอร์เรนท์, เหล้ารัม / Blackcurrant, Rum
  26. Crème de Menthe ทำมาจากสะระแหน่, ผลไม้ตากแห้ง / Mint, Raisins
  27. Crème de Mères ทำมาจากลูกแบล็คเบอร์รี่ / Blackberries
  28. Crème de Noix ทำมาจากวอทนัท, น้ำผึ้ง / Walnut, Honey
  29. Crème de Vanille ทำมาจากวนิลา, เหล้าวอดก้า / Vanilla, Vodka
  30. Crème de Videtess ทำมาจากกลีบดอกไวโอเลต / Violet Petal
  31. Danziger Goldwasser ทำมาจากยี่หร่า, สมุนไพร / Caraway, Herbs
  32. Drambuie ทำมาจากน้ำผึ้ง, สก๊อต วิสกี้, สมุนไพร / Honey, Scotch Whisky, Herbs
  33. Forbidden Fruit ทำมาจากลูกเกรพฟรุ๊ต, น้ำผึ้ง,ส้ม / Grapefruit, Honey, Orange
  34. Frangelico ทำมาจากผลฮาเซล นัท / Hazel Nut
  35. Frui Liqueur ทำมาจากผลไม้ตระกูลที่มีรสเปรี้ยว / Citrus Family
  36. Galliano ทำมาจากชะเอม, วนิลา / Licorice, Vanilla
  37. German Liqueur ทำมาจากสมุนไพร, ลูกพาสชั่นฟรุ๊ต, ฮาเซล นัท / Herbs, Passionfruit, Hazelnut
  38. Ginger Liqueur ทำมาจากขิง / Ginger
  39. Glayva ทำมาจากสมุนไพร, น้ำผึ้ง, ส้ม / Herbs, Honey, Orange
  40. Goldschlager ทำมาจากอบเชย / Cinnamon
  41. Gorny Dubnya ทำมาจากขิง, กานพลู, เหล้าวอดก้า / Ginger, Cloves, Vodka
  42. Grand Marnier ทำมาจากส้ม, คอนญัค / Orange, Cognac
  43. Grapefruit Liqueur ทำมาจากลูกเกรพฟรุ๊ต / Grapefruit
  44. Homemade Liqueur ทำมาจากผลแอปพลิคอท, พีช, พลัม, ลูกสโล, แบล็คเบอร์รี่ / Apricot, Peach, Plum, Sloe, Blackberries
  45. Irish Mist ทำมาจากน้ำผึ้ง, ไอริช วิสกี้, สมุนไพร / Honey, Irish Whisky, Herbs
  46. Jagermeiser ทำมาจากสมุนไพร, เครื่องเทศ / Herbs, Spicies
  47. Kirshwasser ทำมาจากเชอร์รี่, บรั่นดี / Cherry, Brandy
  48. Kitron ทำมาจากเหล้าบรั่นดี, มะนาว / Grape Brandy, Lemon
  49. Kahlua ทำมาจากกาแฟ / Coffee
  50. Malibu ทำมาจากมะพร้าว / Coconut
  51. Midori ทำมาจากแตง / Melon
  52. Naussau Royal ทำมาจากเหล้ารัม, วนิลา / Rum, Vanilla
  53. Noisette ทำมาจากฮาเซลนัท / Hazelnut
  54. Ouzo ทำมาจากชะเอม / Locorice
  55. Parfait Amour ทำมาจากผลไม้ตระกูลทีมีรสเปรี้ยว, ดอกไวโอเลต / Citrus, Violet
  56. Peppermint Liqueur ทำมาจากสะระแหน่ / Mint
  57. Peter Heering ทำมาจากเชอร์รี่ / Cherry
  58. Piña Colada ทำมาจากมะพร้าว, สับปะรด, เหล้ารัม / Coconut, Pineapple, Rum
  59. Rumpleminz ทำมาจากสะระแหน่ / Mint
  60. Sambuca ทำมาจากชะเอม / Licorice
  61. Sloe Gin ทำมาจากลูกสโล เบอร์รี่ / Sloeberry
  62. Southern Comfort ทำมาจากพีช, น้ำผึ้ง, เหล้าเบอร์เบิน / Peach, Honey, Bourbon Whisky
  63. Strega ทำมาจากชะเอม / Licorice
  64. Tea Liqueur ทำมาจากเหล้าบรั่นดี, ชา / Brandy, Tea
  65. Tia Maria ทำมาจากกาแฟ / coffee
  66. Triple Sec ทำมาจากส้ม / Orange
  67. Tuaca ทำมาจากมะพร้าว, คาราเมล บรั่นดี, ส้ม / Coconut,Caramel Brandy, Orange
  68. Yukon Jack ทำมาจากพีช, น้ำผึ้ง, เหล้าแคนาเดี่ยน วิสกี้ / Peach, Honey, Canadian Whisky